Review: โฟมล้างหน้า และครีมอาบน้ำ Naive จากประเทศญี่ปุ่น ^^

Image
เมื่อพูดถึง Bath & Body care แล้ว ทุกคนย่อมตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่า ผลิตภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ ซึ่งวันนี้มี่จะมารีวิวโฟมล้างหน้า และครีมอาบน้ำสัญชาติญี่ปุ่นให้ชมกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนไปชมกันเลยค่ะ...NAÏVEนาอิฟ    ผลติภัณฑ์ที่จะรีวิววันนี้มี 2 ตัว คือโฟมล้างหน้า และครีมอาบน้ำ naive ซึ่งอยู่ภายใต้เครือ Kracie ที่มีผลิตภัณฑ์ดังๆเด่นๆหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ อาหารและยา เรียกได้ว่าเค้าผลิต และจัดจำหน่ายครอบคลุมเกือบทุกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยค่ะ เรามาเริ่มกันที่ตัวแรกกันเลยดีกว่า   naive FACE WASHนาอิฟ เฟซ วอช    โฟมทำความสะอาดผิวหน้าด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 100%  สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน หมดจด ชุ่มชื้น ด้วยอะมิโนธรรมชาติ ให้ความอ่อนโยนต่อผิว ที่สำคัญปราศจากพาราเบน สีสังเคราะห์ มิเนอร์รัลออยล์ และแอลกอฮอล์ มีด้วยกัน 3 กลิ่น คือ กลิ่นพีช (เพื่อผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น), กลิ่นใบชา (เพื่อกระชับรูขุมขน และผิวกระจ่างใส) และกลิ่นยูซุ (เพื่อดูดซับความมัน)... กลิ่นที่มี่จะมารีวิววันนี้เป็น "กลิ่นพีช (Peach Leaf)" ค่ะ  …

Review: เตารีดอัจฉริยะที่ช่วยให้การรีดผ้าทำได้ง่ายขึ้น…เตารีดแรงดันไอน้ำ ฟิลิปส์ Philips PerfectCare Elite Plus GC9682


    ปกติแล้วงานบ้านกับเราไม่ใช่ของคู่กัน เอาจริงๆ เราทำงาน กลับมาบ้านก็เหนื่อยมากแล้ว ให้มาทำงานบ้านอีก ก็ยิ่งเพลียมาก เพราะงั้นเราจะมีเวลามาทำงานบ้านจริงจัง คือ วันเสาร์ เพราะวันอาทิตย์ คือวันครอบครัวใช้เวลาอยู่กับที่บ้านเท่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำงานบ้านเสร็จเร็วได้ในวันเสาร์ เราก็จะมีเวลาพักผ่อนของเรามากขึ้น ^^ ดังนั้น การมีตัวช่วยที่ดี ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้ดีค่ะ เราถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ถ้าจะต้องเลือกจ่ายซื้อสินค้ามาประหยัดเวลา เราคิดว่ามันเป็นการลงทุนครั้งนึง แต่ใช้ได้นาน แล้วเราเหลือเวลามาพักผ่อนด้วย...งานบ้านอย่างนึงที่เราไม่ชอบเท่าไรนัก คือ การรีดผ้าเอง ยิ่งวันที่ต้องรีดผ้าเยอะๆนี่ท้อใจเลยนะ คือไม่อยากทำ หมดกำลังใจ เสื้อผ้าบางตัวซื้อมาแพง ก็กลัวที่จะเอาไปให้คนอื่นรีดให้อีก เราก็ต้องทำเองเนอะ...เราเลยจะมารีวิวตัวช่วยดีๆที่จะทำให้การรีดผ้าง่ายขึ้น ไม่ต้องใช้เวลามาก และไม่ต้องใช้ความชำนาญมาก ก็สามารถรีดได้ เหมาะกับ แม่บ้านที่ต้องเลี้ยงลูกเล็ก และ working women ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำงานบ้านมากๆค่ะ ผลิตภัณฑ์นั้นก็คือ....

Philips PerfectCare Elite Plus GC9682

    เตารีดไอน้ำ อัจฉริยะ Philips PerfectCare Elite Plus GC9682 เป็นเตารีดแรงดันไอน้ำที่รวดเร็ว และทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก เพราะเค้ามีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ ประกอบกับการทำไอน้ำอัตโนมัติอัจฉริยะ คือเวลาที่เราถูเตารีด ไอน้ำจะออกมาเองอัตโนมัติ แล้วถ้าเราหยุดรีด ไอน้ำก็จะหยุดด้วยค่ะ ว้าว!!! เป็นเตารีดอัจฉริยะจริงๆค่ะ นอกจากนี้ เค้ายังมีความสะดวกสบายในการใช้งาน คือไม่ต้องตั้งค่าอุณหภูมิด้วย รับประกันเลยว่า ผ้าไม่ไหม้แน่นอนจ้า ^^

    มาดูจุดเด่นของเตารีดแรงดันไอน้ำ Philips PerfectCare Elite Plus GC9682 กันค่ะ

 ใช้เทคโนโลยี OptimalTEMP ไม่ต้องตั้งค่าอุณหภูมิ จึงทำให้สามารถรีดผ้าได้ทุกประเภท ตั้งแต่ยีนส์ไปจนถึงผ้าไหม โดยไม่ต้องปรับอุณหภูมิเอง เพราะ ระบบ OptimalTEMP ไม่ต้องใช้ปุ่มหมุน หรือตั้งค่าใดๆ... เวลารีดผ้าเลยไม่ต้องแยกประเภทของเนื้อผ้าก่อน หรือต้องเสียเวลารอเตารีดให้เย็นลง หรือร้อนขึ้น เค้าจึงพร้อมที่จะรีดเนื้อผ้าได้ทุกชนิด ทุกเวลา และรับประกันว่าไม่เกิดรอยไหม้ค่ะ

 พลังไอน้ำอัจฉริยะแบบอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ DynamiQ และมีพลังไอน้ำสูงพิเศษถึง 600 กรัม จึงช่วยขจัดรอยยับย่นที่มีมาก รวมถึงผ้าหนาๆได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ตัวเครื่องยังไม่ส่งเสียงดังรบกวนขณะรีดผ้าด้วย

 แท้งค์น้ำแบบถอดได้ขนาดใหญ่ 1.8 ลิตร เพื่อให้เติมน้ำได้ง่าย และสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุด 2 ชม. เมื่อน้ำในแท้งค์หมด จะมีสัญญาณไฟเตือน และสามารถเติมน้ำได้ทุกเวลาอย่างง่ายดายจากก๊อกน้ำ

 เป็นเตารีดที่มีน้ำหนักเบา และถือสะดวก จึงทำให้ถือจับได้ง่าย รีดลื่นง่ายดาย และลดภาระข้อมือ ทำให้สามารถรีดผ้าแนวตั้งได้ง่าย และมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น สำหรับการรีดผ้าม่าน และเสื้อที่แขวนไว้

 แผ่นความร้อน T-ionicGlide เพื่อให้รีดลื่น และทนทานต่อรอยขีดข่วน วัสดุที่ใช้เป็นสแตนเลสตีล จึงมีความแข็งแรง เช่นเดียวกับอะลูมิเนียม พร้อมการเคลือบ 6 ชั้น รวมถึงชั้นไทเทเนียมอันล้ำสมัย

 ระบับขจัดตะกรัน Easy De-Calc Plus ที่ใช้ง่าย และได้ประสิทธิภาพ เตารีดถูกออกแบบมาพิเศษ เพื่อดักจับคราบหินปูนที่เกิดจากการใส่น้ำแช่ทิ้งไว้ และจะมีสัญญาณเสียง และไฟแจ้งเตือนให้ทราบ เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนน้ำ เพื่อทำความสะอาดคราบตะกรัน

 ระบบตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อปล่อยเตารีดทิ้งไว้ คือถ้าไม่ได้ใช้งาน (2-3 นาที) ขณะเสียบปลั๊ก เตารีดจะปิดตัวเอง เพื่อความปลอดภัย และประหยัดพลังงาน ทำให้เราอุ่นใจ สบายหายห่วงเรื่องอัคคีภัยค่ะ

   ผลิตภัณฑ์มาในกล่องกระดาษขนาดใหญ่เลยมีรายละเอียด และรูปสินค้าอยู่บนกล่อง








   เมื่อเปิดกล่องออกมา จะเจอผลิตภัณฑ์เตารีด ที่ตั้งอยู่บนฐาน และมีสายเตารีดยื่นออกมาค่ะ อันนี้เราชอบที่เค้ามีระบบ Safty ของที่วางเตารีด ตรงที่มีตัว lock เตารีดกับฐานเอาไว้อยู่ค่ะ...เตารีดและฐานโทนสี ดำ-ทอง ให้ความรู้สึกหรูหรามากค่ะ


















   บริเวณฐาน จะแบ่งสายไฟออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งนึงเป็นสายไฟของปลั๊กที่ไว้เสียบกับเต้าไฟที่บ้าน อีกสายนึงเป็นสายไฟที่ต่อเข้ากับเตารีด
   บริเวณตัวฐาน ดีไซด์ออกมาได้รองรับกับการใช้งานได้ดี โดยด้านหน้าจะมีแท้งค์น้ำขนาด 1.8 ลิตร สามารถเติมน้ำเข้าตัวแท้งค์จากก๊อกได้เลย ทำให้การเติมน้ำทำได้ง่ายมากๆ ถ้าเป็นแบบเตารีดไอน้ำที่เคยใช้งานมา เราจะต้องมีกรวยสำหรับเติมน้ำเข้าเตารีด ต้องคอยพะวงว่าเทแล้วน้ำจะหกด้วยรึป่าว แต่ตัวนี้ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เติมน้ำ และใส่เข้ากับฐานเตารีดได้ง่ายมากๆเลยค่ะ ^O^








   ด้านข้างของฐาน มีรูปแสดงการใช้งานที่สะดวก และง่ายดายของเตารีดฟิลิปส์ให้ดูด้วย
   ด้านหลังจะมีปุ่ม 2 ปุ่มได้แก่ 1. ปุ่มเปิดใช้งาน (เวลาเปิดใช้งาน จะมีสัญญาณไฟสีฟ้าสว่างขึ้น) และ 2. ปุ่ม ECO คือปุ่มที่เอาไว้ประหยัดพลังงานโดยที่ไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานของเตารีดค่ะ (เวลาเปิดใช้งาน จะมีสัญญาณไฟสีเขียวสว่างขึ้น)


  เมื่อมองต่ำลงไปจากปุ่มเปิด-ปิดการใช้งาน จะเจอลูกบิดที่เขียนว่า Easy De-Calc อันนี้จะเป็นลูกบิดที่เอาไว้เปิดน้ำที่ขังอยู่ออก เพื่อป้องกันการเกิดคราบตะกรัน รวมถึงไว้ทำความสะอาดเวลามีตะกรันติดอยู่ภายในเครื่องด้วยค่ะ

วิธีใช้
1. หลังจากเสียบปลั๊กกับเต้าไฟแล้ว ให้กดสวิตซ์เปิดใช้งาน สัญญาณไฟสีฟ้าจะสว่างขึ้น
   ถ้าต้องการเพิ่มระดับความแรงในการรีด หรือเปิดระบบ MAX ให้กดปุ่มค้างไว้ 2 วินาที ไฟจะเปลี่ยนเป็นสีขาว...ถ้าต้องการปิดโหมด MAX ให้กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้ 2 วินาที สัญญาณไฟสีขาว จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
2.   สัญญาณไฟสีฟ้าจะกระพริบที่ด้านบนของเตารีด ให้รอจนสัญญาณไฟสีฟ้านิ่ง จึงเริ่มใช้งาน เตารีดร้อนไวมากด้วยค่ะ
3.   กดปุ่ม AUTO จะเป็นการเปิดระบบไอน้ำอัตโนมัติ (มีไฟสีขาวสว่างขึ้น) เวลาขยับมือถูที่ผ้าจะมีไอน้ำออกมาอัตโนมัติ แต่ถ้าหยุดขยับมือ ไอน้ำก็จะหยุดไปค่ะ



4.  ถ้าต้องการเพิ่มความแรงไอน้ำ หรือต้องการควบคุมไอน้ำเอง ให้กดปิดปุ่ม AUTO สัญญาณไฟสีขาว จะดับลง จากนั้นกดปุ่มใต้ด้ามจับเตารีด จะเป็นการปล่อยไอน้ำออกมา โดยใช้มือบังคับค่ะ

*เตารีดรุ่นนี้สามารถรีดผ้าในแนวตั้งได้โดย แนะนำว่าควรใส่ถุงมือด้วย เพื่อความปลอดภัยค่ะ...เวลารีดแนวตั้ง ให้กดปุ่มใช้พลังงานไอน้ำ (จากด้านล่างมือจับ) แล้วนำเตารีดไปสัมผัสผ้าได้เลยค่ะ (โหมดไอน้ำอัตโนมัติจะไม่สามารถใช้ได้กับการรีดผ้าในแนวตั้งค่ะ)


เมื่อเห็นกองผ้า เราจะทำใจ และมีกำลังใจมากขึ้น เพราะมีตัวช่วยที่ดีแล้ว ^^



















ความรู้สึกขณะใช้: ก่อนอื่นเลย เราว่า คู่มืออ่านยากนิดหน่อย เนื่องจากทำมาให้ใช้ได้หลายภาษา ทำให้รูปภาพ กับคำบรรยายอยู่หน้าห่างกัน เวลาจะดูรูปต้องคอยพลิกไปมา แต่อย่างไรก็ตาม เวลาใช้งานจริง เตารีดไอน้ำอัจฉริยะนี้ใช้งานได้ง่ายมากๆ การใช้งานของมัน ก็เหมือนเตารีดทั่วๆไปแหละ แต่เค้ามีฟังก์ชันที่มาช่วยทุ่นแรง ที่ทำให้การรีดผ้าทำได้ง่าย และเร็วขึ้น เริ่มจากฟังก์ชัน การปล่อยไอน้ำอัตโนมัติ ฟังก์ชันนี้ดีมากๆ บอกลาวิธีการรีดผ้าแบบโบราณที่ต้องใช้ foggy spray ได้เลย เพราะเตารีดสามารถปล่อยไอน้ำออกมาได้เอง โดยที่ไม่ต้องกดปุ่มด้วยนะ เค้าจะคำนวณได้เองเลยว่า ผ้ามีความยับมาก/น้อย จะต้องปล่อยไอน้ำออกมามากไหม...ไอน้ำมีความแรง 8 bar และไอน้ำต่เนื่อง 165 g/พลังงานไอน้ำพิเศษ 600 g ทำให้รีดผ้าได้เร็วขึ้น...ความฉลาดของเค้ายังไม่หมด เค้ายังมีเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิที่จะไม่ทำให้ผ้าของเราไหม้ด้วย ถ้าวางเตารีดบนผ้านานๆ เครื่องจะดับเองอัตโนมัติ ผ้าก็จะไม่ไหม้แน่นอน เวลารีดผ้าไม่ต้องคอยกลับตะเข็บ และไม่ต้องแยกประเภทผ้าด้วย รีดไปได้หมดทุกพื้นผิว คือคนรีดผ้าไม่เป็น ก็ยังรีดได้ง่ายๆเลยจ้า... ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีระบบ ECO ช่วยประหยัดพลังงาน อันนี้ถูกใจมากกกกก เพราะระดับความร้อน และความแรงของไอน้ำ ยังเป็นปกติ แต่ช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วย เริ่ดมากค่ะ...อีกเรื่องที่ไม่ต้องพูดเอง ก็สัมผัสได้ เพราะเราเอาไปให้แม่ใช้ด้วย แม่พูดเอง โดยที่ยังไม่ได้บอกอะไรเลยว่า น้ำหนักเบามากกกกก ประหยัดแรงในการรีดมาก ไม่ปวดข้อมือ ใช้งานได้ดี การันตีโดยคุณแม่ลูกสาม (แม่เราเองค่าาาา) 5555


วิธีทำความสะอาดคราบตะกรัน (Easy De-Calc)
1.  ปล่องเครื่องให้เย็น โดยทิ้งเครื่องไว้ประมาณ 2 ชม. (อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเครื่องร้อนอยู่ จะมีแรงดันในฐาน ทำให้หมุนลูกบิดยาก แล้วก็อาจจะมีน้ำร้อนไหลออกมาลวกมืออีกต่างหากด้วยจ้า) และถอดปลั๊กออกจากเต้าเสียบ
2.  วางฐานเตารีดไว้บนโต๊ะ แล้วหาภาชนะมารองน้ำที่จะไหลออกมา (ภาชนะควรมีความจุอย่างน้อย 350 มล.) มารองใต้ลูกบิด Easy De-Calc
3.  หมุนลูกบิด Easy De-Calc ในทิศทวนเข็มนาฬิกา ให้ถอดลูกบิดออก และปล่อยน้ำที่มีเศษตะกรันผสมอยู่ไหลลงมาสู่ถ้วย...
4.  เมื่อไม่มีน้ำไหลออกมาแล้ว ให้ใส่ลูกบิดกลับเข้าไปโดยหมุนตามเข็มนาฬิกา
กรณีที่ต้องการกำจัดคราบตะกรันบนแผ่นความร้อน - ให้ทำตามขั้นตอน 1-4 ด้านบนก่อน จากนั้นค่อยทำเพิ่มเติมตามขั้นตอนด้านล่าง

5. จับเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในตำแหน่งช่อง Easy De-Calc หันขึ้นด้านบน (จับฐานยกขึ้นในแนวตั้งโดยให้ช่อง Easy De-Calc หันขึ้นด้านบน) แล้วเทน้ำกลั่น 900 มล. ลงในช่องนั้น (เวลายกต้องระมัดระวัง เพราะฐานมีน้ำหนักมาก)
6.   จับช่อง Easy De-Calc หันขึ้นด้านบนตลอดเวลา แล้วใส่ลูกบิดกลับเข้าไป แล้วหมุนปิดตามเข็มนาฬิกา
7.  วางเครื่องใช้ไฟฟ้าบนพื้นเรียบ จากนั้นเสียบปลั๊ก และเปิดเครื่อง
8.  รอ 5 นาที เพื่อให้เตารีดร้อนขึ้น
9.  กดปุ่มใช้พลังไอน้ำค้างไว้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รีดเตารีดไปมาบนผ้าเนื้อหนาเป็นเวลา 3 นาที (คำเตือน: จะมีน้ำร้อนและคราบสกปรกออกมาจากแผ่นความร้อน)
10. หยุดขยับเตารีดในขณะที่ไม่มีน้ำไหลออกมาแล้ว หรือเมื่อเริ่มมีไอน้ำออกมา
11. สามารถใช้งานเตารีต่อได้ทันที มิเช่นนั้นให้ถอดปลั๊กออก หลังจากเสร็จสิ้นการขจัดคราบตะกรัน





ความประทับใจ: โดยรวมที่ใช้งานมา เราชอบมากนะ เราว่ามันใช้งานได้ คุ้มค่ากับการที่ต้อจ่ายไปก้อนนึง แต่ประสิทธิภาพดีงาม แล้วก็การันตี 2 ปีด้วย มันเหมาะกับคนทำงานอย่างเราที่ไม่ค่อยมีเวลา รีดผ้าก็ไม่ค่อยเป็น คือไม่ต้องมีประสบการณ์รีดผ้า ก็รีดได้ง่าย แล้วก็เร็วมากด้วย ถูแค่ 2-3 ที ผ้าก็เรียบแล้ว แล้วก็ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเนื้อผ้า หยิบอันไหนได้ ก็รีดได้หมดเลย ชอบมากเลยค่ะ ให้คะแนนความประทับใจ 10/10 ไปเลยค่าาาาา รีดผ้าเสร็จไว ก็มีเวลาพักผ่อนเยอะขึ้นค่า ^^



  ราคา 26,990 บาท สามารถสั่งซื้อทาง Online ได้ที่ Central Online:

++++ ขอบคุณที่เข้ามาชมกันค่ะ ++++



#เตารีดอัจฉริยะ #ไอน้ำแรงรีดเร็ว #รีดไม่ไหม้ #รีดไม่เมื่อย #Philips

Sponsored by
Philips

Comments

Popular posts from this blog

รีวิวเซเว่น: ลูกอมแตงโม PLAYMORE

รีวิวจากประสบการณ์ใช้จริง: เครื่องฟอกอากาศส่วนตัว ible Airvida เครื่องฟอกอากาศแบบพกพาชนิดไอออน

Review: All Hybrid Essence ออล ไฮบริด เอสเซนส์ เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย