Review: GENNE Collagen คอลลาเจนจากกุหลาบเทือกเขาเอลป์ (Rosehips)

Image
    ช่วงนี้รู้สึกว่าพักผ่อนน้อย และผิวคล้ำมากกกกก มี่เลยต้องหาตัวช่วยมาดูแลผิวกันหน่อยค่ะ ไม่เกริ่นมาก วันนี้จะมาแนะนำคอลลาเจนใหม่ ที่มีสารสกัดเด็ดๆทั้งนั้น และที่สำคัญมีสาวสวยอย่างคุณรถเมย์เป็นพรีเซนต์เตอร์ด้วย...มาชมกันเลยค่ะ GENNE Collagen เจนเน คอลลาเจน    Genne Collagen เป็นคอลลาเจนที่มีจุดเด่นอยู่ที่เค้าเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ใช้สารสกัดจาก "กุหลาบเทือกเขาแอลป์" และใช้สารสกัดพรีเมียมมากถึง 35 ชนิด อีกทั้งยังใช้นวัตกรรม FIR ระดับเหรียญเงิน (จากการประกวดที่ประเทศเกาหลี)ในการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมให้มากถึง 4X เท่า...     ทำไมต้องเป็น "สารสกัดจากกุหลาบเทือกเขาแอลป์" (Rosehips Extract) ? เพราะเป็นสารสกัดที่มีคุณสมบัติพิเศษที่จะช่วยชะลอความชรา และคงความอ่อนเยาว์ให้กับผิว พร้อมช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ และแสงแดดที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำให้กลับมาขาวกระจ่างใสแบบมีออร่าขึ้นอีกครั้ง     คุณสมบัติของ Genne Collagen ผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูการมองเห็น บำรุงสมอง ปกป้องผิวจากแสงแดด ผิวชุ่มชื่น เสริมสร้างคอลลาเจนในกระดูก และข้อ ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอแก่

[WORKSHOP] Girls Cafe' by BEAUTY LAB

    ในวันเสาร์ที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา มี่ได้ไปร่วมกิจกรรมกับสาวๆ Girl Cafe ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม Pullman Bangkok Hotel G ค่ะ...กิจกรรมในวันนี้ เกี่ยวกับให้ทดลองสินค้าจากแบรนด์ญี่ปุ่น และมีการขายสินค้าราคาพิเศษด้วยค่ะ


   กิจกรรมแบ่งออกเป็น 4 ช่วงด้วยกัน คือ...
1. KOSE COSMEPORT WORKSHOP
2. FUJIKO & OHYAMASHIKI WORKSHOP
3. LIBERTA WORKSHOP
4. GIRLS CAFE PHOTO CONTEST


   บรรยากาศภายในงาน....














   พิธีกรที่มาดำเนินรายการในวันนี้ คือ คุณหมิว

  โต๊ะที่มี่นั่งค่ะ...

  Agenda กิจกรรมในวันนี้...

เอกสารและของที่วางเตรียมให้บนโต๊ะ...

  มาเริ่มที่กิจกรรมแรกกันก่อนเลย...
"KOSE COSMEPORT WORKSHOP"

    ก่อนที่จะมาดูผลิตภัณฑ์ที่ได้ทดลองใช้ มาทำความรู้จักกับแบรนด์กันซักเล็กน้อยค่ะ แบรนด์ Lachesca (แลชเชสกา) เป็นแบรนด์ชื่อเล่นของ Francesca มีที่มาจากผู้หญิง ผู้ซึ่งอยากมีความอิสระของผิว จากมลพิษ, มลภาวะต่างๆ...รูขุมขนก็เปรียบเสมือนหญิงสาวที่ต้องการคนดูแลอย่างอ่อนโยนนั่นเอง


ตัว Cleansing ของ Lachesca มีอยู่ด้วยกัน 3 ตัวด้วยกัน คือ...
1. Oil Cleansing เป็นเคล็นซิ่งน้ำมัน สูตรอ่อนโยน ที่ขนาดขนที่ตาขนตามาก็ใช้ได้ และที่ต่างจากแบรนด์อื่นก็คือ สามารถใช้ได้ตอนหน้าเปียกด้วยนะคะ ปกติ เคล็นซิ่งออยล์ จะใช้เฉพาะตอนหน้าแห้ง แต่ตัวนี้พิเศษคือ ใช้ได้ทั้งหน้าแห้ง หน้าเปียกเลย...ได้กลับบ้านมาลองใช้ด้วย ^O^
2. Hot Gel Cleansing เป็นเคล็นซิ่งที่เหมือนการทาเจลลงบนผิว ทำให้เครื่องสำอางลอยขึ้นมา แล้วก็ล้างออกค่ะ
3. Water Cleansing เป็นเคล็นซิ่งสูตรน้ำ ที่สามารถทำความสะอาดได้ล้ำลึกถึงระดับรูขุมขนกันเลยทีเดียวค่ะ

      แบรนด์ Lachesca นี้ยังไม่ได้มีวางจำหน่ายในไทยนะคะ แต่ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ เขาจะมาวางขายเร็วๆนี้ ที่ร้านขายเครื่องสำอางชั้นนำทั่วไทยนะคะ

    ผลิตภัณฑ์ที่ได้ทดลองใช้วันนี้ คือ แผ่นเช็ดเครื่องสำอาง (Cleansing Sheet) ดูแลรูขุมขน

    แผ่นเช็ดสีขาว กลิ่นหอม มีความยืดหยุ่นสูง แผ่นใหญ่...


ทดลองผลิตภัณฑ์บนมือ...

    ความรู้สึกขณะใช้ คือ เครื่องสำอางเช็ดออกได้ง่ายมาก ปาดทีเดียว ออกเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นบริเวณรอบดวงตา จะต้องกดแช่ทิ้งไว้ 10-15 วินาที แล้วจึงเช็ดออก ถึงจะทำให้เช็ดออกได้ง่ายค่ะ



    ความรู้สึกหลังใช้ คือ หน้าสะอาดหมดจด ผิวเนียนนุ่ม เด้ง ไม่แห้งกร้านค่ะ

   แผ่นเช็ดเครื่องสำอาง Lachesca มี 3 รุ่นด้วยกัน
1. สีฟ้า - สำหรับต้องการให้ผิวขาว กระจ่างใส เหมาะสำหรับคนที่แต่งหน้าเบาๆ
2. สีชมพู - สำหรับผิวแห้ง
3. สีทอง - สำหรับคนที่แต่งหน้าจัดเต็ม Full Make Up และเป็นแผ่นชุดน้ำมัน ทำให้เครื่องสำอางหลุดออกได้ง่ายขึ้นค่ะ

* สีฟ้า และสีชมพู  1 ห่อ มี 50 แผ่น แต่ สีทอง 1 ห่อ มี 46 แผ่น เนื่องจาก มีพื้นที่ของน้ำมันเข้าไปปนด้วยค่ะ

ราคาต่อห่อเพียง 299 บาท ถือว่า คุ้มค่า ประหยัดสุดๆ เพราะ 1 ห่อ ใช้ได้นานเกือบ 2 เดือนเลยทีเดียว (เฉลี่ย 1 แผ่น ต่อ 1 วัน เพราะแผ่นใหญ่ เช็ดได้ทั่วหน้าเลยค่ะ...แผ่นเดียวเอาอยู่!)

    นอกจากได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังมีคำถามให้ร่วมสนุก เป็นกิจกรรมเล็กๆที่ให้ความรู้กับสาวๆที่ไปร่วมงานด้วยค่ะ ^^ เล่นเกมส์แล้วก็ได้ผลิตภัณฑ์ไปทดลองใช้ที่บ้านต่อค่ะ ^^

 "FUJIKO & OHYAMASHIKI WORKSHOP"

    ใน workshop นี้ จะได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ตัว จาก 2 แบรนด์ค่ะ มาเริ่มที่ตัวแรกก่อนเลย...

PON PON POWDER จากแบรนด์ FUJIKO




    ด้าน Packaging เป็นกล่องกระดาษที่มีคำอธิบาย แต่ภาษาญี่ปุ่น...



 เมื่อเปิดกล่องออก จะเจอกระบอกสีดำ...


   เราต้องเปิดฝาพลาสติกที่ปิดผงแป้งออก เพื่อให้แป้งออกมาได้ค่ะ...พอเปิดแล้ว ก็ปิดฝากลับไปเหมือนเดิมนะคะ
   ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็น ผงแป้งข้าวโพด สีขาว ที่จะช่วยทำให้ผมของทุกคนดูหนา มีวอลลุ่ม ไม่ต้องกลัวผมลีบแบน ระหว่างวันเลยค่ะ ขนาดขวดเล็ก พกพาสะดวกด้วย ^^

   วิธีใช้ : ถูผงแป้งที่บริเวณโคนศรีษะ จากนั้นขยี้ผมให้ผมฟู อยู่ทรงค่ะ

   ความรู้สึกหลังใช้ คือ ผมจับตัวกัน ฟูขึ้น รู้สึกมีวอลลุ่ม และอยู่ทรงค่ะ ^^

BODY MAKEPAD จากแบรด์ OHYAMASHIKI


    ยางรัดนิ้วเท้าเพื่อปรับสรีระ ให้เดินหลังตรง และลดต้นขา เป็นยางซิลิโคน ที่ช่วยแก้ปัญหา การปวดหลัง, ขาโก่ง, คอแข็ง และนิ้วลอย

อาการนิ้วลอย คือ การที่คนเราจะไม่สามารถทรงตัวได้ดี สามารถทดสอบได้โดย การยืนหลับตา แล้วยกขาขึ้น 1 ข้าง (ปลายเท้าข้างหนึ่ง ชิดเข่าอีกข้างหนึ่งเป็นสามเหลี่ยม)

ด้าน packaging เป็นกล่องสีดำ มีรูปผู้หญิงที่มีลูกศรชี้ว่าหลังตรง หมายความว่าใส่แล้ว บุคลิกภาพจะดีขึ้นนั่นเอง


ภายในกล่อง บรรจุ ยางซิลิโคน 1 คู่...รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ที่ทำออกมานิ่มกว่าเดิม และพัฒนาให้เห็นผลเร็วกว่าเดิมด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ในกล่องยังมีครีมแก้คัน คือบางคนอาจจะเกิดอาหารคันจากเหงื่อ ครีมตัวนี้ก็ช่วยลดอาการคันได้จ้า

การจะใส่ยางซิลิโคนนี้แล้วเห็นผล คือต้องใส่เดิน หรือ ออกกำลังกายด้วย โดยไม่จำเป็นต้องใส่ตลอดเวลานะ เขาว่า ใส่เดิน 1 ชม. เทียบเท่ากับการเต้นแอโรบิค 1 ชม. เลยทีเดียว ดังนั้น คนที่ใส่ทำกิจกรรมเป็นประจำ นน.ลดแน่นอนจ้า WoW WoW WoW



*ข้อควรระวัง*

1. ไม่ใส่อาบน้ำ
2. 7 วันแรกที่ใส่ จะมีอาการข้างเคียง เช่น ปวดหลัง และปวดไหล่ เพราะร่างกายกำลังปรับรูปร่างนะจ้า

" LIBERTA WORKSHOP"

    ผลิตภัณฑ์ที่จะได้ทดลองใช้ใน workshop นี้คือ มาส์กถุงเท้า Babyfoot จากแบรนด์ Liberta ค่ะ ซึ่งแบรนด์นี้เป็นแบรนด์แรกที่ผลิตถุงเท้ามาส์กเจ้าแรกในญี่ปุ่นเลยค่ะ  

    ทำไมเท้าถึงแตก?.... เนื่องจากผู้หญิงเราชอบใส่ส้นสูง ทำให้เท้าถูกรัดอยู่ที่เดิมนานๆ นอกจากนี้ การที่มี นน.ตัวมาก ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เท้าแตกได้เช่นกันค่ะ

    สรรพคุณของมาส์กถุงเท้า Babyfoot ก็คือ ใช้สารสกัดจากธรรมชาติจากผลไม้หลากหลายชนิด ย่อยสลายเซลล์ผิวชั้น Desmosomes (เดสโมโซม หรือผิวหนังที่ตายแล้ว) ออก ทำให้ผิวหนังใหม่เกิดขึ้นมา นุ่ม ดูอ่อนเยาว์เหมือนเท้าเด็ก...การใช้ Babyfoot ต่างจากการใช้ scrub หรือการทาครีม หรือการตะไบ ตรงที่เท้าจะไม่กลับมาแตกอีก ต่างจาก การscrub, ทาครีม หรือตะไบ ทำให้เซลล์ที่ตายหลุดก็จริง แต่เท้าก็ยังสามารถกลับมาแตกใหม่ได้

     Babyfoot มีสารสกัดผลไม้ เช่น ส้ม, เลมอน เป็นต้น ที่เลือกกรดผลไม้ เพราะมีค่า pH 3.6 ซึ่งเป็นค่าที่ใกล้เคียงกับค่า pH ของผิวหนังเราที่สุด (ปกติผิวทน pH ได้มากสุด 7) ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่า คนที่ผิวแพ้ง่าย สามารถใช้ได้แน่นอนค่ะ...ผู้สูงอายุก็สามารถใช้ได้ เพราะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ส้นเท้า และฝ่าเท้า เนื่องจากเซลล์ผิวที่ตายถูกลอกออก ทำให้เลือดไหลเวียนดีค่ะ นอกจากนี้ Babyfoot ยังช่วยลดกลิ่นเท้า ลดเชื้อรา และปรับสมดุลผิวเท้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินด้วยค่ะ

    กล่องมาส์กจะมี 2 สีค่ะ คือ สีแดง สำหรับผู้หญิง และสีฟ้า สำหรับผู้ชาย...ส่วนขนาดนี้ ทำมาไซส์มาตรฐานมากๆ มั่นใจได้ว่าใส่ได้แน่นอนค่ะ ^^


   ด้าน packaging เป็นกล่อง โทนสีขาว แดง เปิดปิดได้ มีแต่คำอธิบายภาษาญี่ปุ่น 555



  ภายในบรรจุมาส์กถุงเท้า 1 คู่ และสติกเกอร์สำหรับติดถุงเท้าให้แน่นค่ะ



มีอุปกรณ์เสริมใน workshop นี้ค่ะ...

วิธีใช้
1. ทำความสะอาดฝ่าเท้า โดยการเช็ดด้วยทิชชู่เปียก หรือล้างเท้าให้สะอาด

2. เช็ดเท้าให้แห้ง

3. ใส่ถุงมาส์กเท้า

4.  ติดสติกเกอร์ที่แนบมา ให้ถุงมาส์กเท้าแน่น


5. ทิ้งไว้ 30 นาที

     ความรู้สึกขณะใช้ คือ  รู้สึกเท้าเย็นๆ และลื่นๆ ผ่อนคลายสบาย แนะนำว่า ไม่ควรทาเล็บตอนที่มาส์กเพราะสีอาจติดในถุงมาส์กได้ค่ะ เนื่องจากเราต้องทำให้ทุกส่วนแนบไปในถุง ทำให้เล็บเราติดค้างนานด้วย บางทีสียาทาเล็บอาจหลุดออกมาด้วยค่ะ

6. หลัง 30 นาที ให้ถอดถุงมาส์กเท้าออก แล้วล้างเท้าให้สะอาด



    ความรู้สึกหลังใช้ที่เห็นได้ชัดคือ เท้าเนียนขึ้นทันที แต่ฝ่าเท้ามี่ยังไม่ลอกค่ะ ทางแบรนด์แจ้งว่า จะลอกภายใน 7 วัน ก็กลับมารอที่บ้าน...พบว่า เท้าเริ่มลอกในวันที่ 4 ค่ะ คือ เริ่มออกมาเป็นขุยๆ ถ้าใครรำคาญ ก็ใส่ถุงเท้าไว้ค่ะ ห้ามแกะ ห้ามทาครีมนะคะ ปล่อยมันตามธรรมชาติค่ะ

ข้อดีของ Babyfoot
1. แก้ปัญหาตรงจุด คือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จะไม่กลับมาเกิดอีก
2. ปลอดภัย เพราะใช้กรดผลไม้ ที่มีค่า pH 3.6
3. ค่อยๆผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน
4. *ประหยัด* เพราะ 3 เดือนใช้ 1 ครั้ง ราคาต่อกล่องคือ 580 บาท (เฉลี่ยเดือนละ ~200บาท)

    ผลิตภัณฑ์ Babyfoot นี้ขายดีมากๆๆในประเทศญี่ปุ่น สถิติการขาย คือ 1 ชิ้นใน 3 วินาที! นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลต่างๆมากมาย เช่น Cosme และ Rakuten ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับ และน่าเชื่อถือในประเทศญี่ปุ่นค่ะ

    โชว์ฝ่าเท้าเริ่มลอกหลังจากมาส์กไป 4 วันค่ะ...



    ลอกต่ออีกในวันที่ 5 ค่ะ...



     ที่ประเทศญี่ปุ่น เขามีการส่งผลงานประกวดเท้าลอกกันด้วยนะคะ...ใครสนใจสามารถส่งเข้าประกวดได้เลยค่ะ
http://babyfoot-contest.jp/


  • ผลิตภัณฑ์ทุกตัวมีจำหน่ายที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi ทุกสาขาค่ะ
  • FB: Matsukiyoth


    หลังทดลองผลิตภัณฑ์เสร็จ ก็ถึงเวลาระทึก ประกาศรางวัล...
"GIRLS CAFE PHOTO CONTEST" 
มีด้วยกัน 3 รางวัลนะคะ รางวัลละ 2,000 บาทค่ะ

    ดีใจกับเพื่อนๆที่ได้รางวัลด้วยค่ะ


   ก่อนกลับบ้านวันนี้ ทางแบรนด์ยังมอบผลิตภัณฑ์ให้กลับไปทดลองใช้ต่อด้วยค่ะ คือ ดีใจและประทับใจกับกิจกรรมในวันนี้มากๆ ทั้งได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้สึกเบื่อเลยค่ะ ที่สำคัญอยากจะขอขอบคุณแบรนด์ KOSE COSMEPORT, FUJIKO & OHYAMASHIKI และ LIBERTA พร้อมทั้งพี่ๆในวันนั้น ที่คอยดูแล ให้คำปรึกษาที่ดี ทุกคนน่ารักมากค่ะ รับรองว่า ถ้ามีจัดกิจกรรมครั้งหน้าอีก มี่ไม่พลาดแน่นอนค่ะ...♡



+++ขอบคุณที่เข้ามาชมกันค่ะ+++


---------------------------------------------------------------
ติดตามผลงานของมี่ได้ทาง...
IG: miieiie
Youtube: miieiie1
Twitter: miieiiem

Comments

Popular posts from this blog

Review: อาหารเสริม BELLUXE COLLASTIN เพื่อผิวกระชับเต่งตึง

Review: โฟมล้างหน้า และครีมอาบน้ำ Naive จากประเทศญี่ปุ่น ^^

รีวิวเซเว่น: ลูกอมแตงโม PLAYMORE